Categories
Content

NETA V รถไฟฟ้า NETA ราคาน่ารัก เหมาะกับน้องนักศึกษาสุด ๆ

รถไฟฟ้า NETA

สำหรับใครที่กำลังมองหารถคันแรก หรือน้อง ๆ นักศึกษาที่อยากได้รถยนต์ราคาน่ารักสักคันไว้เดินทางไปเรียน แต่ยังไม่รู้จะเลือกรุ่นไหนดี วันนี้เรามาตัวเลือกดี ๆ อย่าง NETA V รถไฟฟ้า NETA ที่ไม่เพียงจะมาพร้อมราคาสุดน่ารักเท่านั้น แต่สมรรถนะและฟังก์ชันการใช้งานก็เรียกได้ว่า จัดหนักจัดเต็มให้เลยทีเดียว

สุดจึ้ง! สเปค และดีไซน์ภายนอก ภายในของ รถไฟฟ้า NETA V 

รถไฟฟ้า NETA

NETA V รถไฟฟ้าNETA แบรนด์ดังจากประเทศจีนที่ตอนนี้กำลังเป็นที่นิยมและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีสำหรับผู้ใช้รถในเมืองไทย เนื่องจาก รถยนต์ไฟฟ้า รุ่นนี้มีราคาเริ่มต้นที่ไม่สูงจนเกินไป เหมาะกับคนที่อยากได้รถไว้เดินทางไปเรียน ไปทำงาน หรือท่องเที่ยวต่างจังหวัดแต่มีงบในกระเป๋าที่ค่อนข้างจำกัด ที่สำคัญสเปค ฟังก์ชัน และอุปกรณ์ภายในและภายนอกของรถยนต์รุ่นนี้ก็เรียกได้ว่า ทั้งน่าสนใจ และให้มาอย่างครบครัน 

รถไฟฟ้า NETA

แบตเตอรี่และการชาร์จ

NETA รถไฟฟ้า มาพร้อมระบบ HEPT 3.0 ซึ่งเป็นการจัดการอุณหภูมิของแบตเตอรี่ และLIQUID COOLING SYSTEM ที่เป็นระบบระบายความร้อนด้วยน้ำช่วยให้แบตเตอรี่ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยแบตเตอรี่เป็นแบบ LITHIUM-ION ขนาด 40.7 kWh รองรับการชาร์จทั้งแบบ AC (ชาร์จปกติ) และ DC (ชาร์จเร็ว) 

โดยการชาร์จแบบปกติ (AC) คุณจะสามารถชาร์จจาก 0%-100% ในเวลาประมาณ 8 ชั่วโมง และชาร์จแบบ QUICK CHARGE (DC) คุณจะสามารถชาร์จจาก 30% – 80% ในเวลาประมาณ 30 นาที ดังนั้นสำหรับที่ใครใช้รถเดินทางออกต่างจังหวัดควรจะต้องมีการวางแผนการเดินทางให้ดี พิเศษสุดด้วยฟังก์ชัน V2L ที่สามารถจ่ายไฟให้อุปกรณ์ไฟฟ้าอื่น ๆ เช่น พัดลม, กาน้ำร้อน, ไฟแสงสว่าง หรือ ชาร์จมือถือ ด้วยกำลังไฟสูงสุดถึง 3,300 วัตต์ ซึ่งเหมาะกับสายแคมป์ปิ้งสุด ๆ 

รถไฟฟ้า NETA

สมรรถนะและระยะในการวิ่ง

NETA V มาพร้อมมอเตอร์ที่ให้กำลัง 95 แรงม้า (70 กิโลวัตต์) แรงบิดสูงสุด 150 นิวตันเมตร ชาร์จเต็ม 1 ครั้ง วิ่งได้ไกล 384 กิโลเมตร เกียร์ไฟฟ้าแบบก้าน (เหมือนเปิดที่ปัดน้ำฝน) ที่ให้คุณสามารถเปลี่ยนเกียร์ง่าย ๆ ด้วยปลายนิ้ว และเป็นระบบขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD)

รถไฟฟ้า NETA

อุปกรณ์ภายในและภายนอก

เนต้าวี เป็นรถยนต์ไฟฟ้าอีกหนึ่งรุ่นที่ให้อุปกรณ์ต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกมาอย่างครบครัน แทบจะไม่ต้องติดอุปกรณ์เสริมเลย ไม่ว่าจะเป็นพวงมาลัยเป็นแบบแร็คแอนด์พิเนียนที่ควบคุมด้วยไฟฟ้า (EPS) ระบบเบรกด้านหน้าและหลังเป็นแบบดิสก์เบรกที่มีจุดเด่นในเรื่องของความแม่นยำ สวย ระบายความร้อนและน้ำได้ดี ที่สำคัญคือทำความสะอาดและดูแลรักษาได้ง่าย 

ในส่วนของไฟหน้าเป็นแบบโปรเจคเตอร์พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวัน เพิ่มความรู้สึกสปอร์ตด้วยสปอยเลอร์หลัง กระจกมองข้างปรับด้วยระบบไฟฟ้า และระบบไล่ฝ่ากระจกหลัง ตอกย้ำอากาศในรถสะอาดขั้นสุดด้วยกรองแอร์ N95 ที่สามารถกรองฝุ่น PM.2.5 ได้แบบสบาย ๆ เบาะนั่งหุ้มด้วยหนังสังเคราะห์ ปรับ 4 ทิศทาง 

แต่ข้อเสียอีกอย่างหนึ่งของ เนต้า V ก็คงเป็นในส่วนของเบาะหลังที่ไม่สามารถพับเบาะแบบ 60:40 เหมือนรถ 5 ประตูหลาย ๆ รุ่น จึงทำให้รถรุ่นนี้สามารถนั่ง 3 หรือ 4 คนได้ในกรณีที่ต้องมีการพับเบาะเพื่อเพิ่มพื้นที่ในการบรรทุกสัมภาระ

รถไฟฟ้า NETA

ระบบเครื่องเสียงและความบันเทิง

สำหรับ NETA V เป็นหนึ่งใน รถยนต์ไฟฟ้าในไทย ที่มาพร้อมระบบเอนเตอร์เทนเมนท์ที่ครบครับ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของหน้าจอกลางระบบสัมผัสขนาด 14.6 นิ้ว ควบคุมระบบเครื่องเสียงด้วยพวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชัน ติดตั้งลำโพง 6 ตำแหน่ง เชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นได้ง่าย ๆ ด้วยช่องเสียบ USB 3 ช่อง, BLUETOOTH, APPLE CARPLAY และ ANDROID AUTO

รถไฟฟ้า NETA ราคาเริ่มต้น 549,000 บาท มี 6 สีให้เลือก

รถไฟฟ้า NETA

สำหรับรถไฟฟ้า NETA ที่ถูกนำเข้าและวางจำหน่ายในไทยอย่างเป็นทางการ ปัจจุบันมีอยู่ด้วยกัน 2 รุ่น คือ NETA V และ NETA V-II ที่มี 2 รุ่นย่อยคือ NETA V-II LITE และ NETA V-II SMART และคุณสามารถจองได้แล้วทั้ง 2 รุ่น แต่สำหรับราคาของรุ่น NETA V รุ่นที่เราพาไปทำความรู้จักในวันนี้ รถไฟฟ้าNETAราคา เริ่มต้น 549,000 บาท จากราคาปกติ 760,000 บาท (ส่วนลดจากเงินสนับสนุนของรัฐ) อีกทั้งยังมี 6 สีให้เลือก ได้แก่ MOONLIGHT GREEN, CYAN, WHITE STORM, MIDNIGTH GRAY, SAKURA PINK และ SKY BLUE

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
Car

ทำความรู้จัก 2 รถยนต์เทสล่า รุ่นจำหน่ายอย่างเป็นทางการในไทย 2024

รถยนต์เทสล่า

มีใครที่กำลังสนใจอยากเป็นเจ้าของ รถยนต์เทสล่า รถยนต์ไฟฟ้าตัวดังจากอเมริกาอยู่บ้างไหมคะ วันนี้ถึงคิวที่เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับรถยนต์แบรนด์นี้แล้วเป็นที่เรียบร้อย และสำหรับวันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับ รถยนต์ไฟฟ้า 2 รุ่นจากแบรนด์ TESLA ที่วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในไทย โดย TESLA THAILAND

รถยนต์เทสล่า จากแบรนด์รถยนต์ที่เคยตกต่ำ สู่ผู้นำด้านรถยนต์ไฟฟ้า

รถยนต์เทสล่า

หากกล่าวถึง รถยนต์ เทสล่า เราเชื่อว่าหลายคนต้องคิดว่า เข้าเป็นรถยนต์ไฟฟ้าน้องใหม่อย่างแน่นอน แต่ที่จริงแล้ว รถเทสล่า ประวัติ ของเขาเริ่มต้นขึ้นในปี 2003 ภายใต้ชื่อ TESLA MOTORS โดย MARTIN EBERHARD และ MARC TARPENNING ไม่กี่เดือนหลังจากนั้น ELON MUSK ก็ได้ตัดสินใจเข้าร่วมลงทุนกับบริษัท 

ซึ่งที่มาชื่อ “TESLA” นั้นมาจาก NIKOLA TESLA นักฟิสิกส์ วิศวกรเครื่องกล วิศวกรไฟฟ้า และนักทำนายอนาคตผู้โด่งดัง แต่นับตั้งแต่ปี 2010-2019 บริษัทกลับขาดทุนตลอดจนนับว่าเป็นวิกฤติครั้งใหญ่ของ TESLA เลยก็ว่าได้ แต่ช่วงต้นปี 2020 TESLA ก็กลายมาเป็นแบรนด์ รถยนต์ไฟฟ้า เบอร์ต้น ๆ ได้ในที่สุด

รถยนต์เทสล่า

TESLA MODEL 3

สำหรับ TESLA MODEL 3 เปิดตัวมาพร้อม 3 รุ่นย่อยคือ รุ่น STANDRAD, LONG RANGE และPERFORMANCE โดยทั้ง 3 รุ่นจะมาพร้อมสมรรถนะที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งรุ่นนี้ค่อนข้างที่จะเหมาะกับคนตัวเล็กหรือ WORKING WOMEN เพื่อความคล่องตัวสุด ๆ 

  • MODEL 3 STANDRAD มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 283 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 420 นิวตันเมตร ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใน 6.1 วินาที MAX SPEED 201 กม./ชม. และสำหรับการชาร์จเต็มหนึ่งครั้งสามารถวิ่งได้ระยะสูงสุด 513 กม. (มาตรฐาน WLTP) เทสล่าโมเดล3 ราคา เริ่มต้น 1,599,000 บาท
  • MODEL 3 LONG RANGE มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ให้กำลังสูงสุด 444 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 559 นิวตันเมตร ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (AWD) อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใน 4.4 วินาที MAX SPEED 201 กม./ชม. และสำหรับการชาร์จเต็มหนึ่งครั้งสามารถวิ่งได้ระยะสูงสุด 629 กม. (มาตรฐาน WLTP) ซึ่งเป็นรุ่นที่สามารถวิ่งได้ไกลที่สุดสำหรับซีรีส์ MODEL 3 โดยรุ่นนี้มีราคาอยู่ที่ 1,899,000 บาท
  • MODEL 3 PERFORMANCE รถยนต์ไฟฟ้า 2024 รุ่นนี้จะมาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ที่ให้กำลังสูงสุด 460 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 741 นิวตันเมตร ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (AWD) อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใน 3.1 วินาที MAX SPEED 261 กม./ชม. และสำหรับการชาร์จเต็มหนึ่งครั้งสามารถวิ่งได้ระยะสูงสุด 528 กม. (มาตรฐาน WLTP) โดยรุ่นนี้มีราคาอยู่ที่ 2,149,000 บาท
รถยนต์เทสล่า

TESLA MODEL Y

TESLA MODEL Y รถยนต์ 5 ที่นั่งที่จะมีขนาดของตัวรถที่ใหญ่กว่า MODEL 3 พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระสูงสุดถึง 2,100 ลิตร ที่สำคัญสำหรับรุ่น PERFORMANCE ยังมาพร้อมล้อขนาด 21 นิ้ว ซึ่งจะค่อนข้างเหมาะกับคุณผู้ชาย หรือคนที่ชอบรถเก๋งคันใหญ่ ๆ มากกว่า โดย MODEL Y ก็มาให้เลือก 3 รุ่นย่อยเช่นกัน ได้แก่ STANDRAD, LONG RANGE และ PERFORMANCE ซึ่งแต่ละรุ่นมีสมรรถนะดังนี้

  • MODEL Y STANDRAD เป็นรุ่นเริ่มต้นที่มาพร้อมมอเตอร์เดี่ยว ระบบขับเคลื่อนล้อหลังที่ให้กำลังสูงสุด 347 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 420 นิวตันเมตร อัตราเร่งจาก 0- 100 กม./ชม. ใน 6.9 วินาที MAX SPEED 217 กม./ชม. และสำหรับการชาร์จเต็มหนึ่งครั้งจะสามารถวิ่งได้ไกลถึง 455 กม. (มาตรฐาน WLTP) เลยทีเดียว โดย เทสล่าโมเดล Y ราคา เริ่มต้น 1,749,000 บาท
  • MODEL Y LONG RANGE มาพร้อมมอเตอร์คู่ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (AWD) ที่ให้กำลังสูงสุด 514 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 493 นิวตันเมตร อัตราเร่งจาก 0- 100 กม./ชม. ใน 5.0 วินาที MAX SPEED 217 กม./ชม. และสำหรับการชาร์จเต็มหนึ่งครั้งจะสามารถวิ่งได้ไกลถึง 533 กม. (มาตรฐาน WLTP) และสำหรับราคารุ่นนี้เริ่มต้นที่ 2,049,000 บาท
  • MODEL Y PERFORMANCE รถเทสล่าในไทย อีกหนึ่งรุ่นที่มาพร้อมมอเตอร์คู่ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (AWD) ที่ให้กำลังสูงสุด 534 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 660 นิวตันเมตรอัตราเร่งจาก 0- 100 กม./ชม. ใน 3.7 วินาที MAX SPEED 250 กม./ชม. และสำหรับการชาร์จเต็มหนึ่งครั้งจะสามารถวิ่งได้ไกลถึง 514 กม. (มาตรฐาน WLTP) และในส่วนของราคารุ่นนี้เริ่มต้นที่ 2,329,000 บาท 

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
Content

แนะนำ 5 รถไฟฟ้า EV สเปคดี ราคาโดน รีบเป็นเจ้าของได้เลย

รถไฟฟ้า EV

ช่วงนี้มีใครกำลังเล็งที่จะเป็นเจ้าของ รถไฟฟ้า EV แต่ยังไม่รู้จะเลือกรุ่นไหนดีอยู่บ้างไหมคะ วันนี้เรามี 5 ตัวเลือกดี ๆ จากแบรนด์ดังมาแนะนำทุกคนแล้ว บอกเลยว่าไม่ได้มีดีแค่ดีไซน์อย่างแน่นอน นอกจากนี้สำหรับใครที่ยังลังเลใจ หรือยังตัดสินใจไม่ได้ก็ลองใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจดูนะคะ

รถไฟฟ้า EV ปี 2024 รุ่นไหนดี รุ่นไหนโดน รุ่นไหนต้อง CF

สำหรับ รถไฟฟ้าEV ทั้ง 5 รุ่นที่เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกันในวันนี้จะมีทั้งรถยุโรป, จีน และเกาหลี เลยทีเดียว เรียกได้ว่ารวมมาให้แบบครบ ๆ เลยทีเดียว หรือหากใครที่กำลังรอรีวิว รถไฟฟ้า MG วันนี้ก็มีมาให้อย่างแน่นอน ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลย

รถไฟฟ้า EV

AUDI Q8 E-TRON 50 QUATTRO

AUDI Q8 E-TRON รถยนต์ไฟฟ้า ชื่อดังจากประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นรถยนต์ SUV 5 ประตู 5 ที่นั่งที่มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าทรงพลัง 2 ตำแหน่ง ที่ให้กำลังสูงสุดใน BOOST MODE 340 แรงม้า แรงบิดสูงสุดใน BOOST MODE 664 นิวตันเมตร อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใน 6 วินาที MAX SPEED 200 กม./ชม. เกีียร์อััตโนมััติิ ขับเคลื่อนสี่ล้อ แบตเตอรี่มีความจุอยู่ที่ 95 kWh การชาร์จเต็มหนึ่งครั้งสามารถวิ่งได้ไกลถึง 530 กม. (มาตรฐาน NEDC)

เพิ่มความสบายด้วยระบบปรับอากาศอัตโนมัติควบคุมอิสระ 4 โซน มีระบบ MMI NAVIGATION PLUS WITH MMI TOUCH RESPONSE (เทคโนโลยีเฉพาะของ AUDI) พร้อมจอแสดงผลแบบสัมผัสขนาด 10.1 นิ้ว พร้อมหน้าจอควบคุมมัลติฟังก์ชันขนาด 8.6 นิ้ว ที่จะติดตั้งอยู่ที่บริเวณคอนโซลกลางของรถ 

  • AUDI Q8 E-TRON 50 QUATTRO ราคาเริ่มต้นที่ 4,699,000 บาท
รถไฟฟ้า EV

HYUNDAI IONIQ 6 

รถเก๋งไฟฟ้ามินิ ดีไซน์สปอร์ต ตอบโจทย์การขับขี่ในเมืองเป็นที่สุด โดยมอเตอร์ไฟฟ้าให้กกำลังสูงสุด 229 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใน 7.4 วินาที MAX SPEED 185 กม./ชม. ความจุของแบตเตอรี่อยู่ที่ 77.4 kWh จึงทำให้รถรุ่นนี้สามารถวิ่งได้ไกลถึง 545 กม. (มาตรฐาน WLTP)

ภายในที่มีให้เลือก 3 สี คือ DARK GRAY-LIGHT GRAY, BLACK และ BLACK BROWN TWO-TONE เพิ่มความพิเศษไปอีกขั้นด้วยการผลิตชิ้นส่วนภายในภายใต้คอนเซปต์ ECOLOGICALLY RESPONSIBLE ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

  • HYUNDAI IONIQ 6 ราคาเริ่มต้นที่ 1,899,000 บาท 
รถไฟฟ้า EV

NETA V-II

รถไฟฟ้าNETA รถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีนที่กำลังเป็นที่นิยมสุด ๆ สำหรับ NETA V-II มี 2 รุ่นให้เลือกได้แก่ LITE และ SMART โดยมอเตอร์ของรุ่นนี้ให้กำลัง 95 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 150 นิวตันเมตร เช่นเดียวกับ NETA V ชาร์จหนึ่งครั้งสามารถวิ่งได้ไกลถึง 382 กิโลเมตร 

เกียร์เป็นแบบก้านที่ให้คุณสามารถเปลี่ยนเกียร์ด้วยปลายนิ้วเช่นเดียวกับ NETA V แต่สิ่งที่ NETA V และ NETA V-II ต่างกันอย่างเห็นได้ชัดเลยคือ สำหรับ NETA V-II จะมีการเพิ่มสีใหม่ ชุดแต่งใหม่ รวมไปถึงภายในสีใหม่ ที่สำคัญรุ่นนี้ยังมาพร้อมแบตที่เล็กลงทำให้ระยะในการวิ่งลดลงด้วย 2 กม.

  • NETA V-II ราคาเริ่มต้นที่ 549,000 บาท
รถไฟฟ้า EV

BYD ATTO 3

รถไฟฟ้าBYD ATTO 3 รถยนต์สไตล์ CROSSOVER 5 ที่นั่ง มอเตอร์ให้กำลังสูงสุด 201 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 310 นิวตันเมตร ความจุของแบตเตอรี่ 60.48 kWh จึงทำให้รถรุ่นนี้สามารถวิ่งได้ไกล 480 กม. (มาตรฐาน NEDC) อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใน 7.3 วินาที ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า 

ที่สำคัญคือมีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่ EXTENDED RANGE และ STANDARD RANGE ที่มีความแตกต่างกันในส่วนของความจุแบตเตอรี่จึงทำให้รุ่น STANDARD สามารถวิ่งได้ในระยะทางที่สั้นกว่าคือ 410 กม. นั่นเอง แต่นอกจากสเปคนอกจากนั้นคือเหมือนกันทุกจุดรวมถึงขนาดของตัวรถด้วย

  • BYD ATTO 3 ราคาเริ่มต้นที่ 1,099,900 บาท
รถไฟฟ้า EV

MG4 ELECTRIC ICON​

ถ้าคุณกำลังรอรีวิว MG รถไฟฟ้า วันนี้เราอยากแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักกับ MG4 ELECTRIC ICON รถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่มีให้เลือกถึง 4 รุ่น ที่มอเตอร์ให้กำลังสูงสุดถึง 435 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตร และแบตเตอรี่ยังมีความจุสูงสุดอยู่ที่ 64 kWh จึงทำให้รถรุ่นนี้สามารถวิ่งได้ระยะไกลถึง 540 กม. 

นอกจากนี้ยังตอกย้ำความสปอร์ตไปอีกขั้นด้วยเฉดสีสุดพิเศษ ทำให้รถรุ่นนี้มีความโดดเด่น แตกต่าง สะกดทุกสายตา เช่นสี WILD HUNTER GREEN / BLACK TOP (TWO TONE) ในรุ่นท้อปอย่างรุ่น XPOWER ที่นอกจากจะเป็นสีเฉพาะของรุ่นแล้ว ยังเป็นสีที่ให้ความรู้สึกทั้งหรู แพง และเท่ในเวลาเดียวกัน

  • MG4 ELECTRIC ICON ราคาเริ่มต้นที่ 709,900 บาท

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
Content

อัปเดต 5 ราคารถเก๋งไฟฟ้า รุ่นยอดนิยมในไทยปี 2024 

ราคารถเก๋งไฟฟ้า

ตั้งแต่ช่วงปี 2022 ที่ผ่านมาต้องบอกเลยว่า กระแสรถยนต์ไฟฟ้ามาแรงมาก ๆ โดยเฉพาะในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ที่หลายคนก็เริ่มสนใจที่อยากจะเป็นเจ้าของรถยนต์ประเภทนี้มากขึ้น ดังนั้นวันนี้เราจึงอยากพาทุกคน ไปดูกันว่า ราคารถเก๋งไฟฟ้า รุ่นยอดนิยมในเมื่อไทย 5 รุ่นประจำปี 2024 เป็นยังไงบ้าง ซึ่งจะมีรุ่นไหนบ้าง และแต่ละรุ่นมีการอัปราคาขึ้นบ้างไหมเราไปรวมมาให้แล้ว

ราคารถเก๋งไฟฟ้า จากแบรนด์ MINI, BMW, BYD, TESLA และ NETA 

ราคารถเก๋งไฟฟ้า

สำหรับใครที่กำลังอยากจะเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า แต่ไม่รู้ว่าจะเลือกรุ่นไหนดี หรือแต่ละรุ่นมีราคาค่าตัวเท่าไหร่บ้าง ดังนั้นวันนี้เราจึงได้รวบรวม ราคา รถเก๋งไฟฟ้า 5 รุ่นยอดนิยมจาก 5 แบรนด์ดังได้แก่ MINI, BMW, BYD, TESLA และ NETA ว่าปี 2024 นี้มีรุ่นไหน ราคาเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งทั้งหมดมีดังนี้ค่ะ

MINI COOPER SE

ราคารถเก๋งไฟฟ้า

รถเก๋งไฟฟ้ามินิ ซึ่งเป็นรุ่นแรกจากแบรนด์ MINI โดยรุ่นนี้เป็นรถเก๋งไซซ์มินิ 3 ประตู 4 ที่นั่ง ที่ภายในสามารถประเบาะนั่งได้ 3 แบบคือ 2 ที่นั่ง, 3 ที่นั่ง และ 4 ที่นั่ง เพื่อการบรรทุกสัมภาระที่มากขึ้น โดย MINI COOPER SE สามารถบรรทุกสัมภาระได้สูงสุดถึง 731 ลิตรในกรณีที่พับเบาะนั่งด้านหลังลงทั้งหมด 

ในส่วนของสมรรถนะ MINI เขาก็ยังคงคอนเซปต์ของการเป็นรถที่จิ๋วแต่แจ๋วเช่นเคย โดยรุ่นนี้จะเป็นระบบขับเคลื่อนล้อหน้า ((2WD) มอเตอร์ให้กำลังสูงสุด 184 แรงม้า (135 กิโลวัตต์) แรงบิดสูงสุด 270 นิวตันเมตร MAX SPEED 150 กม./ชม. อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใน 7.3 วินาที สามารถวิ่งได้ไกลสุดถึง 217 กม. และสำหรับการชาร์จแบบ DC (สถานีชาร์จ) 50 กิโลวัตต์ สามารถชาร์จจาก 0-80% ใน 36 วินาทีเท่านั้น ในส่วนของราคาเริ่มต้นที่ 2,469,000 บาท

BMW I5 EDRIVE40 M SPORT (INSPIRING)

ราคารถเก๋งไฟฟ้า

รถเก๋งไฟฟ้า ที่มาพร้อมสุดยอดสมรรถนะ ใครชอบรถแรง ๆ แต่ราคาน่าคบต้องรุ่นนี้เลย โดย BMW I5 EDRIVE40 M SPORT เป็นรถเก๋งซีดาน 5 ที่นั่ง ที่มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 340 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร MAX SPEED อยู่ที่ 193 กม./ชม. อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใน 6 วินาที ที่สำคัญคือสามารถวิ่งได้ไกลสุดถึง 501 กม. (มาตรฐาน NEDC) 

ภายในถูกตกแต่งด้วยดีไซน์ที่เรียบหรู นวัตกรรมสุดล้ำไม่ว่าจะเป็นในส่วน BMW LIVE COCKPIT PROFESSIONAL ที่จะเป็นในส่วนของจอแสดงผลการขับขี่ขนาด 12.3 นิ้ว และจอกลาง 14.9 นิ้ว โดยดีไซน์ของหน้าจอจะยาวเป็นชิ้นเดียวกัน และสำหรับราคาของ BMW I5 EDRIVE40 M SPORT (INSPIRING) เริ่มต้นที่ 4,599,000 บาท

BYD SEAL DYNAMIC

ราคารถเก๋งไฟฟ้า

รถยนต์ไฟฟ้า SEAL DYNAMIC เป็นรถยนต์ซีดาน 5 ที่นั่ง ขับเคลื่อนล้อหลัง มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า (150 กิโลวัตต์) แรงบิตสูงสุด 310 นิวตันเมตร อัตราเร่งจาก 0 – 100 กม./ชม. ใน 7.5 วินาที และสามารถวิ่งได้ไกลถึง 510 กม. (มาตรฐาน NEDC) 

ที่สำคัญยังมาพร้อมระบบ และอะแดปเตอร์ V2L ซึ่งเป็นรับจ่ายไฟจากแบตเตอรี่รถยนต์ให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่น ๆ ได้ เช่น ชาร์จมือถือ, กาน้ำร้อน และอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่น ๆ ซึ่งเหมาะกับสายตั้งแคมป์สุด ๆ และสำหรับรุ่นนี้มาพร้อมกับราคาเริ่มต้นเพียง 1,325,000 บาทเท่านั้น

TESLA MODEL 3 LONG RANGE

ราคารถเก๋งไฟฟ้า

รถเก๋งไฟฟ้า TESLA MODEL 3 เป็นรถยนต์ 5 ที่นั่งที่ตัวรถไม่ใหญ่จนเกินไป เหมาะกับการเป็นรถยนต์ของสายเวิร์คกิ้งเป็นที่สุด โดยรถรุ่นนี้มาพร้อมมอเตอร์คู่ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ กำลังสูงสุด 441 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 493 นิวตันเมตร อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใน 4.4 วินาที MAX SPEED 201 กม./ชม. วิ่งได้ไกลสุด 629 กม. (มาตรฐาน WLTP) ที่สำคัญสำหรับการชาร์จ 15 นาทีรถรุ่นนี้จะสามารถวิ่งได้ไกลถึง 282 กม.เลยทีเดียว 

อีกทั้งยังมีโหมดสัตว์เลี้ยงที่คุณสามารถให้น้องหมา น้องแมวนั่งรอเราในรถอย่างสบายใน แม้ว่าเราจะดับเครื่องแล้วแต่ระบบระบายอากาศของรถยนต์คงทำงาน โดยราคาของ TESLA MODEL 3 LONG RANGE เริ่มต้นที่ 1,899,000 บาท

NETA V

ราคารถเก๋งไฟฟ้า

รถยนต์ไฟฟ้าในไทย ที่ถูกที่สุดแห่งยุคเลยก็ว่าได้ โดยรุ่นนี้มีค่าตัวเริ่มต้นที่ 549,000 บาทเท่านั้น และเป็นรถที่เหมาะกับการขับขี่ในเมืองสุด ๆ ด้วยมอเตอร์ที่ให้กำลัง 95 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 150 นิวตันเมตร ความจุของแบตเตอรี่อยู่ที่ 40.7 kWh ขับขี่ได้ไกลถึง 384 กิโลเมตร ระบบเกียร์เป็นระบบไฟฟ้า ที่สามารถเปลี่ยนเกียร์ด้วยปลายนิ้วได้จากก้านเกียร์ด้านขวาของพวงมาลัย มี 6 สีให้เลือก ภายในมาพร้อมจอแสดงผลระบบสัมผัสขนาด 14.6 นิ้ว ที่รองรับทั้ง APPLE CARPLAY และ ANDROID AUTO

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
Car

BYD SEAL รถไฟฟ้า BYD ดีไซน์สปอร์ต เปิดตัว 3 รุ่นย่อย ราคาล้านต้น ๆ

รถไฟฟ้า BYD

หากคุณกำลังตามหารถยนต์ไฟฟ้าที่ให้ความรู้สึกสปอร์ต เท่ โฉบเฉี่ยว วันนี้เราอยากแนะนำให้รู้จักกับ BYD SEAL รถไฟฟ้า BYD ที่สปอร์ตที่สุดในเวลาที่สำหรับรถ BYD ที่วางจำหน่ายในไทย ที่สำคัญยังมีให้เลือกถึง 3 รุ่นย่อยด้วยกัน เรียกว่าเอาใจสายซิ่งสุด ๆ ซึ่งรถรุ่นนี้จะเร็ว แรง และวิ่งได้ไกลขนาดไหน วันนี้เราจะไปหาคำตอบพร้อมกันค่ะ

เปิดสเปค รถไฟฟ้า BYD รุ่น SEAL ดีไซน์สปอร์ตวิ่งได้ไกล 650 กม.

สำหรับ รถไฟฟ้าBYD ที่มีจำหน่ายอย่างเป็นทางการในไทย และเราเชื่อว่าหลายคนก็คงอยากรู้ว่า BYD ในไทยมีรุ่นไหนบ้าง ปัจจุบันนี้มีทั้งหมด 4 รุ่นด้วยกัน ได้แก่ SEAL, NEW ATTO 3, ATTO 3 และ DOLPHIN ซึ่งถูกจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการโดย RÊVER AUTOMOTIVE และสำหรับวันนี้ก็เป็นคิวของ SEAL รถยนต์ดีไซน์สปอร์ต สุดเท่ ทรงพลัง วิ่งได้ไกลสุดถึง 650 กม. เลยทีเดียว

รถไฟฟ้า BYD

BYD SEAL DYNAMIC รุ่นเริ่มต้น

สำหรับ BYD SEAL DYNAMIC เป็นรถยนต์รุ่นเริ่มต้นของซีรีส์นี้ โดย รถไฟฟ้าBYDราคาเริ่มต้น 1,325,000 บาท เป็นระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) มอเตอร์ไฟฟ้าด้านหลังที่ให้กำลัง 150 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 310 เมตร อัตราเร่งจาก 0 – 100 กม. ใน 7.5 วินาที แบตเตอรี่ BYD BLADE BATTERY (LFP) ที่มีความจุสูงสุดอยู่ที่ 61.44 kWh จึงทำให้ SEAL DYNAMIC สามารถวิ่งได้ไกลสุดถึง 510 กม. (มาตรฐาน NEDC) 

รถไฟฟ้า BYD

BYD SEAL PREMIUM รุ่นรอง TOP 

BYD SEAL PREMIUM เป็น รถยนต์ไฟฟ้า รุ่นรองท้อปของซีรีส์นี้ โดยมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 1,449,000 บาท และที่สำคัญยังเป็นรุ่นที่วิ่งได้ไกลที่สุดของซีรีส์นี้อีกด้วย โดยรุ่นนี้เป็นระบบขับเคลื่อน มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าด้านหลังที่ให้กำลัง 230 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 360 เมตร อัตราเร่งจาก 0 – 100 กม. ใน 5.9 วินาที แบตเตอรี่ BYD BLADE BATTERY (LFP) ที่มีความจุสูงสุดอยู่ที่ 82.56 kWh จึงทำให้ SEAL DYNAMIC สามารถวิ่งได้ไกลสุดถึง 650 กม. (มาตรฐาน NEDC) 

รถไฟฟ้า BYD

BYD SEAL PERFORMANCE รุ่น TOP 

รถยนต์ไฟฟ้า 2024 ที่มีราคาเริ่มต้นที่ 1,599,000 ซึ่งจะเรียกว่าเป็นรถยนต์ BYD ที่ราคาแพงที่สุดในชั่วโมงนี้เลยก็ว่าได้ โดย BYD SEAL PERFORMANCE มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (AWD) มอเตอร์คู่ โดยมอเตอร์คู่หน้าเป็นแบบ ASYNCHRONOUS MOTOR (คนละชนิดกับรุ่นรองและรุ่นเริ่มต้น) ให้กำลัง 160 กิโลวัตต์ แรงบิด 310 นิวตันเมตร 

มอเตอร์หลังเป็นแบบมอเตอร์ซิงโครนัส ชนิดแม่เหล็กถาวร (แบบเดียวกับรุ่นเริ่มต้น และรุ่นรอง) ให้กำลัง 230 กิโลวัตต์ แรงบิด 360 นิวตันเมตร เมื่อมอเตอร์ทั้ง 2 ตัวทำงานร่วมกันจึงทำให้รถรุ่นนี้มีกำลังสูงสุดถึง 390 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 670 นิวตันเมตร อัตราเร่งจาก 0 – 100 กม. ใน 3.8 วินาที แบตเตอรี่ BYD BLADE BATTERY (LFP) ที่มีความจุสูงสุดอยู่ที่ 82.56 kWh จึงทำให้ SEAL DYNAMIC สามารถวิ่งได้ไกลสุดถึง 580 กม. (มาตรฐาน NEDC) 

รถไฟฟ้า BYD จัดเต็มเรื่องระบบความปลอดภัย

รถไฟฟ้า BYD

หลังจากที่เราไปดูข้อมูลเกี่ยวกับสมรรถนะของรถไฟฟ้า BYD รุ่น SEAL ทั้ง 3 รุ่นรวมไปถึงได้เห็นกันแล้วว่า BYD รถไฟฟ้า วิ่งได้กี่กิโล สุดท้ายก่อนจากกันไปในวันนี้เราอยากพาทุกคนไปดูในส่วนความปลอดภัยของ BYD SEAL ซึ่งต้องบอกเลยว่าเขาก็จัดมาแบบจัดเต็มเลยทีเดียว

ไม่ว่าจะเป็นถุงลมนิรภัยถุงลมนิรภัยรอบคัน ม่านถุงลมนิรภัยด้านข้าง ด้านหน้าและด้านหลัง กล้องมองรอบคัน 360 องศา เซนเซอร์ช่วยตรวจจับวัตถุด้านหน้า 2 ตำแหน่ง และด้านหลัง 4 ตำแหน่ง จุดยึดเบาะนั่งเด็กแบบ ISOFIX และพิเศษกว่าสำหรับรุ่น SEAL PERFORMANCE ที่จะมาพร้อมระบบล็อกประตูป้องกันเด็กไฟฟ้า 

นอกจากนี้สำหรับเรื่องของการตกแต่งภายในก็ดูหรู เท่ อัดแน่นไปด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีสุด ๆ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของพวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชันที่ให้คุณสามารถควบคุมระบบต่าง ๆ ในรถได้อย่างสะดวกสบาย หน้าจอกลางเป็นแบบสัมผัสระบบมัลติมีเดียพร้อมระบบหมุนไฟฟ้าขนาด 15.6 นิ้ว ที่สำคัญคือหลังคาของรถรุ่นนี้เป็นหลังคากระจกยาวตั้งแต่ห้องโดยสารด้านหน้าไปจนถึงด้านหลัง จึงทำให้รถรุ่นนี้ให้ความรู้สึกโปร่ง และโอ่โถ่งกับผู้โดยสารด้วยในเป็นอย่างยิ่ง

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
Car

MG EP รถยนต์ไฟฟ้า 100% สไตล์ WAGON ราคาเริ่มต้นเพียง 7 แสนบาท

MG EP

ในยุคที่รถยนต์ไฟฟ้ากำลังมาแรงแบบนี้ สำหรับใครที่กำลังมองหารถครอบครัวพลังงานไฟฟ้า ที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องสมรรถนะ การบรรทุกสัมภาระ และราคาที่ไม่แรงเกินไป วันนี้เราอยากพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ MG EP รถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่มาพร้อมสไตล์รถ WAGON ตัวถึงยาวช่วยให้คุณสามารถขนสัมภาระได้มากขึ้น ในขณะเดียวกันคือตัวรถก็ไม่ใหญ่เทอะทะเหมือนรถ SUV อีกด้วย

เปิดสเปค MG EP รถยนต์ไฟฟ้า 163 แรงม้า วิ่งได้ไกล 380 กิโลเมตร

MG EP

สำหรับMG EPเป็น รถยนต์ไฟฟ้า ที่เปิดตัวในไทยอย่างเป็นทางการในช่วงปี 2021 ที่ผ่านมา ด้วยราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 9 แสนกว่าบาท ซึ่งก็ได้รับเสียงตอบรับจากแฟน ๆ เป็นอย่างดี ต่อมาในปี 2022 ทางผู้จัดจำหน่ายก็ได้มีการประกาศลดราคารถยนต์จากมาตรการส่งเสริมจากภาครัฐจึงทำให้ราคาปัจจุบันรถรุ่นนี้มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 7 แสนกว่าบาทเท่านั้น 

สมรรถนะรถยนต์

MG EP

เอ็มจีอีพี PLUS มาพร้อมกับมอเตอร์เดี่ยวที่ให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้า (120 กิโลวัตต์) แรงบิดสูงสุด 260 นิวตันเมตร แบตเตอรี่เป็นแบบ LITHIUM-ION BATTERY ที่มีความจุอยู่ที่ 50.3 kWh จึงทำให้รถรุ่นนี้สามารถวิ่งได้ไกลสุดถึง 380 กิโลเมตร (NEDC MODE) อีกทั้งยังมีโหมดขับขี่ให้เลือกถึง 3 โหมดคือ SPORT / NORMAL / ECO ดังนั้นจึงไม่ต้องกลัวเลยว่าจะขับไม่มัน

ขนาด และน้ำหนักของตัวรถ

MG EP

สำหรับMGนับว่าเป็นหนึ่ง รถยนต์ไฟฟ้าในไทย ที่ตอบโจทย์ครอบครัวเล็กสมาชิกไม่เกิน 5 คนที่สุด เพราะอยากงที่เราได้กล่าวไปว่าMG EPเป็นรถยนต์สไตล์ WAGON ที่มีขนาดความยาว 4,544 มม. ความกว้าง 1,818 มม. และ ความสูง 1,543 มม. 

ระยะช่วงล้อ 2,665 มม. ระยะห่างระหว่างล้อคู่หน้า 1,560 มม./ หลัง 1,566 มม. ระยะต่ำสุดจากพื้น 115 มม. น้ำหนักรถโดยประมาณ 1,574 กก. และล้ออัลลอยด์ 16 นิ้ว จึงทำให้รถรุ่นนี้เป็นรถยนต์ 5 ที่นั่ง ที่สามารถบรรทุกสัมภาระได้สูงสุดถึง 1,456 ลิตร (พับเบาะแถวสองทั้งหมด)

อุปกรณ์ภายในและความสะดวกสบาย

MG EP

สำหรับอุปกรณ์ภายในและความสะดวกสบายของMG อีพี ก็ให้มาแบบจัดเต็มควรค่าแก่การเป็น รถยนต์ไฟฟ้า 2024 อย่างที่สุด โดยภายในของรถรุ่นนี้จะตกแต่งด้วยสีดำ วัสดุแบบ SOFT TOUCH ให้ความรู้สึกพรีเมี่ยม และเรียบหรู เบาะนั่งทั้งหมดหุ้มด้วยหนังสังเคราะห์ โดยเบาะนั่งคนขับปรับ 6 ทิศทาง เบาะนั่งข้างคนขับปรับ 4 ทิศทาง และเบาะนั่งด้านหลังพนักพิงพับได้ 60:40 พร้อมช่องเก็บเอกสาร 2 ช่องหลังเบาะนั่งด้านหน้า

หน้าจอแสดงผลการขับขี่เป็นจออัจฉริยะแบบดิจิตอลขนาด 7 นิ้ว พวงมาลัยหุ้มหนัง ปรับสูง – ต่ำได้ กระจกรถทั้ง 4 ช่องปรับแบบไฟฟ้า พร้อมปุ่มกดแบบ ONE TOUCH UP-DOWN ด้านคนขับ กระจกมองหลังเป็นแบบตัดแสงช่วยให้การมองเห็นที่ชัดเจนยิ่งขึ้นแม้จะมีแสงแดดจ้า ที่พิเศษไปกว่านั้นคือ ระบบปรับอากาศแบบดิจิตอล พร้อมระบบกรองอากาศ PM 2.5 ที่เหมาะกับการใช้ชีวิตในยุคนี้ที่สุด

ระบบเครื่องเสียง หรือ ENTERTAINMENT ภายในรถ

MG EP

ระบบเครื่องเสียงหรือ ENTERTAINMENT ภายในรถของ MG EP2024 ก็เรียกได้ว่ามาให้ (แทบจะ) ครบ ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอกลางระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันที่สามารถใช้ในการควบคุมเครื่องเสียงพร้อมปุ่มรับ – วางสายโทรศัพท์ ลำโพงรอบคันจำนวน 6 ตัว ระบบเชื่อมต่อบลูทูธ เชื่อมต่อ USB และ APPLE CARPLAY (ทำไมพี่แกไม่ให้ ANDROID AUTO มาด้วยเลย) พร้อมช่องจ่ายไฟ 12V บริเวณห้องโดยสารด้านหน้า

MG EP และMG ES WAGON เหมือนกัน แล้วเขาต่างกันตรงไหน

MG EP

เราเชื่อว่าหลายคนที่เคยเห็นดีไซน์ของMG EPและMG ES ก็คงต้องรู้สึกว่ารถทั้ง 2 รุ่นนี้เหมือนถอดแบบกันมาเลย เนื่องจากมันเป็นรถยนต์สไตล์ WAGON เหมือนกัน แล้ว MG ESกับEP PLUS ต่างกันยังไง สิ่งแรกเลยคือราคาของทั้ง 2 รุ่นนี้ต่างกัน โดยMG ES ราคาเริ่มต้นที่ 959,000 บาท ส่วนรุ่นEP PLUS ราคาเต็ม 998,000 บาท (ราคาขาย 771,000 บาท)

ส่วนขนาดของตัวรถ สมรรถนะ การตกแต่งภายใน ภายนอก และ ENTERTAINMENT สำหรับรุ่นMG ES จะมีขนาดที่ใหญ่กว่า กำลังสูงสุด 177 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร ความจุแบตเตอรี่ 51 kWh และสามารถวิ่งได้ไกลกว่า MG EPPLUS คือ 412 กิโลเมตรเลยทีเดียว

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
Content

8 อันดับ รถยนต์ไฟฟ้า รุ่นยอดนิยมในไทยปี 2024

รถยนต์ไฟฟ้า

ปี 2024 นี้นับว่าเป็นปีที่ รถยนต์ไฟฟ้า มาแรงเป็นอย่างยิ่ง และนับว่าเป็นตัวเลือกที่ดีที่หลาย ๆ คนต่างหันมาเลือกใช้โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่อยากมีรถคันแรก เพราะรถยนต์ไฟฟ้าไม่เพียงแค่ช่วยในเรื่องของการประหยัดน้ำมันเท่านั้น แต่บางรุ่น บางยี่ห้อยังมีราคาเริ่มต้นหลักแสนต้น ๆ เท่านั้น จึงทำให้ฝันของการอยากที่จะมีรถยนต์คันแรกของใครหลายคนใกล้ความจริงยิ่งขึ้น

แนะนำ รถยนต์ไฟฟ้า รุ่นที่ครองใจคนไทยมากที่สุดในยุคนี้

สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่กำลังอยากจะมีรถคันแรก หรืออยากลองหันมาใช้ รถยนต์ ไฟฟ้า แต่ยังไม่มั่นใจว่าจะเลือกซื้อรุ่นไหนดี ถึงจะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และครอบคลุมงบในกระเป๋า ดังนั้นวันนี้เราจึงได้ไปรวม 8 รถยนต์ไฟฟ้ายี่ห้อไหนดี ประจำปี 2024 มาฝากทุกคนแล้วค่ะ

รถยนต์ไฟฟ้า

1. TESLA MODEL Y 

รถยนต์ เท ส ล่า นับว่าเป็นรถยนต์ที่ปลุกกระแสรถยนต์ไฟฟ้าเลยก็ว่าได้ โดยรถยนต์รุ่นนี้มีให้เลือกถึง 3 รุ่นย่อยด้วยกัน ได้แก่ รุ่น STANDARD RANGE, LONG RANGE และ PERFORMANCE สำหรับรุ่นเริ่มต้นจะเป็นมอเตอร์เดี่ยว ที่สามารถทำความเร็วสูงสุด 217 กม./ชม. อัตราการเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ใน 6.9 วินาที ขับเคลื่อนได้ไกลถึง 455 กม. (มาตรฐาน WLTP) ที่สำคัญคือรองรับการชาร์จเร็วในการชาร์จ 15 นาทีเพิ่มระยะทางวิ่งได้สูงสุด 282 กม. 

  • ราคาจำหน่ายในไทย TESLA MODEL Y รุ่น STANDARD RANGE เริ่มต้นที่ 1,749,000 บาท
รถยนต์ไฟฟ้า

2. NEW BYD ATTO 3

สำหรับ รถยนต์ไฟฟ้า BYD ATTO 3 โฉมใหม่ล่าสุดเปิดตัวรับปี 2024 ไปหมาด ๆ โดยเป็นรถยนต์สไตล์ CROSSOVER 5 ที่นั่ง 5 ประตู มอเตอร์เดี่ยวที่ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า กำลังสูงสุด 150 กิโลวัตต์ แรงบิด 310 นิวตันเมตร ที่สำคัญคืออัตราเร่งจาก 0-100 ใน 7.3 วินาทีเท่านั้น นอกจากนี้ความจุแบตเตอรี่ยังมีความจุถึง 60.48kWh จึงทำให้รุ่นนี้สามารถวิ่งได้ไกลถึง 480 กิโลเมตร 

  • ราคาจำหน่ายในไทย NEW BYD ATTO 3 เริ่มต้นที่ประมาณ 899,900 บาท 
รถยนต์ไฟฟ้า

3. ORA GOOD CAT

หากจะต้องแนะนะ รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก ก็คงหนีไม่พ้นอย่างแน่นอนซึ่ง NEW ORA GOOD CAT มาพร้อม 2 รุ่นให้เลือกด้วยกัน ได้แก่ รุ่น PRO และ รุ่น ULTRA (มี V2L) ที่มาพร้อมสุดยอดสมรรถนะที่เกินตัว เรียกว่าจิ๋วแต่แจ๋ว และทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมสมรรถนะเดียวกันคือ มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว ที่ให้กำลังสูงสุด 143 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 210 นิวตันเมตร ORA GOOD CAT จึงมีความเร็วสูงสุดถึง 160 กม./ชม. ที่สำคัญคือวิ่งได้ไกลถึง 480 กม. เลยทีเดียว

  • ราคาจำหน่ายในไทย NEW ORA GOOD CAT เริ่มต้นที่ 799,000 บาท
รถยนต์ไฟฟ้า

4. MG EP

MG EP รถยนต์ไฟฟ้าอเนกประสงค์ ตัวถังแวกอน 5 ประตู 5 ที่นั่ง ที่สามารถบรรทุกสัมภาระได้สูงสุดถึง 1,456 ลิตร ล้ออัลลอยด์ 16 นิ้ว เบาะนั่งคนขับปรับได้ 6 ทิศทาง เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับ 4 ทิศทาง และในส่วนของเบาะนั่งด้านหลังพนักพิงพับได้ 60:40 ที่สำคัญด้านหน้ายังมีหน้าจอกลางแบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว ในส่วนของสมรรถนะก็น่าสนใจไม่เบาเลยทีเดียว โดยมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 260 นิวตันเมตร วิ่งได้ไกลสุด 380 กม. อีกทั้งยังมาพร้อมโหมดการขับขี่ 3 โหมดคือ SPORT / NORMAL / ECO

  • ราคาจำหน่ายในไทย MG EP เริ่มต้นที่ 771,000 บาท
รถยนต์ไฟฟ้า

5. NETA V 

NETA V รถยนต์ 5 ประตู 5 ที่นั่ง ที่เหมาะกับครอบครัวเล็กที่ภายในมาพร้อมหน้าจอกลางใหญ่ขนาด 14.6 นิ้ว มอเตอร์ที่ให้กำลัง 95 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 150 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ขนาด 40.7 kWh จึงทำให้รถรุ่นนี้สามารถวิ่งได้ไกลถึง 384 กิโลเมตร ที่สำคัญยังรองรับการชาร์จเร็ว (DC) 30% – 80% ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีเท่านั้น เหมาะกับการขับขี่ทั้งในเมืองและออกต่างจังหวัดสุด ๆ 

  • ราคาจำหน่ายในไทย NETA V เริ่มต้นที่ 549,000 บาท
รถยนต์ไฟฟ้า

6. VOLVO EX30

รถไฟฟ้า EV สไตล์ SUV รุ่นที่เล็กที่สุดที่ทาง VOLVO เคยมีมา โดยรุ่นนี้มีความพิเศษด้วยการผลิตภายใต้คอนเซปต์การอนุรักษ์อย่างยั่งยืน ด้วยการนำวัสดุหมุนเวียนและวัสดุรีไซเคิลกลับมาใช้ให้อีกครั้ง และการตกแต่งภายในที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ 3 สไตล์ คือ BREEZE, MIST และ INDIGO

VOLVO EX30 เป็นรถยนต์ 5 ที่นั่ง ระบบขับเคลื่อนแบบ AWD สามารถวิ่งได้ไกลสุดถึง 540 กม. ความจุของแบตเตอรี่อยู่ที่ 69 kWh รุ่นมอเตอร์คู่ มีกำลังสูงสุด 428 แรงม้า อัตราเร่งจาก 0 – 100 กม./ชม. ใน 3.6 วินาที และสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 180 กม./ชม. 

  • ราคาจำหน่ายในไทย VOLVO EX30 เริ่มต้นที่ 1,590,000 บาท
รถยนต์ไฟฟ้า

7. MERCEDES – BENZ EQB 250 AMG

รถยนต์ไฟฟ้าในไทย จาก MERCEDES – BENZ ที่ราคาน่าคบสุด ๆ ในช่วงนี้ โดยรุ่นนี้มาพร้อมมอเตอร์ที่ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า ที่ 3,550 – 11,130 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 385 นิวตันเมตร ที่ 3,550 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม. ใน 8.9 วินาที ความเร็วสูงสุดถึง 160 กม./ชม. ที่สำคัญยังวิ่งได้ไกลถึง 473 กิโลเมตรเลยทีเดียว ที่สำคัญเป็นรถ SUV 5 ที่นั่งที่เหมาะกับครอบครัวขนาดเล็กที่สุด

  • ราคาจำหน่ายในไทย MERCEDES – BENZ EQB 250 AMG เริ่มต้นที่ 3,020,000 บาท
รถยนต์ไฟฟ้า

8. MINI COOPER SE

รถยนต์ไฟฟ้า2024 ที่คนรักรถ MINI ต้องมีไว้ในคอลเลกชัน เพราะรถรุ่นนี้เป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกของ MINI COOPER ซึ่งเป็นรถยนต์ 3 ประตู 4 ที่นั่ง ระบบขับเคลื่อนล้อหน้าที่มีอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใน 7.5 วินาที กำลังสูงสุด 184 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 270 นิวตันเมตร และมีความเร็วสูงสุดถึง 150 กม./ชม. ที่สำคัญรถรุ่นนี้ยังสามารถวิ่งได้ไกลถึง 217 กิโลเมตร เหมาะกับการขับขี่ในเมืองที่สุด แถมยังสามารถบรรทุกสัมภาระได้สูงสุดถึง 731 ลิตรเลยทีเดียว

  • ราคาจำหน่ายในไทย MINI COOPER SE เริ่มต้นที่ 2,469,000 บาท

อ่านบทความอื่นๆ: