Previous slide
Next slide
banner1-2
banner2-2

BMW X5 ยานยนต์แห่งอนาคต

BMW X5

เปิดตัวกันไปเป็นที่เรียบร้อยสำหรับ BMW X5 เมื่อช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา ซึ่งเปิดตัวพร้อมกัน 2 รุ่นด้วยกันคือ X5 xDrive 30d M Sport และ รุ่น X5 xDrive 50e M Sport มาพร้อมกับดีไซน์ครอบครัวที่แต่ยังคงแฝงไปด้วยความหรูหรามีระดับตามสไตล์ของ BMW เจ้าพ่อแห่งวงการยานยนต์อันดับต้นๆ ของโลก พร้อมกันนี้ BMW X5 ยังแถมด้วยนวัตกรรมใหม่ที่ทาง BMW ขนมาแบบไร้ขีดจำกัด ที่จะช่วยให้ทุกการเดินทางราบรื่นและปลอดภัย

เอกลักษณ์ความหรูหราตามสไตล์ BMW

แม้ว่า BMW X5 จะเป็นยานยนต์ที่มาในรูปแบบของรถครอบครัว แต่ยังคงแฝงไปด้วยความเป็นเอกลักษณ์ของ BMW เอาไว้เหมือนเดิม อย่างแรกนั่นคือโลโก้ด้านหน้าและด้านหลังรวมถึงที่ล้อทั้ง 4 ตัว ด้านในมีการดีไซน์ให้โฉบเฉี่ยวเหมาะสำหรับวัยรุ่น หรือสำหรับคนที่ชื่นชอบดีไซน์อันเป็นจุดเด่นของทาง BMW ที่มักจะเน้นในโทนสีดำภายในตัวรถด้านใน ทำให้เวลานั่งอยู่ภายในรถจะสัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลในการขับขี่ และเสียงเครื่องยนต์ที่เงียบกริบซึ่งถือว่าเป็นจุดเด่นอีกอย่างของทาง BMW 

เทคโนโลยีเฉพาะสำหรับ BMW

ด้วยความที่เป็นรถยนต์ที่อาจจะบอกได้ว่าเป็นยานยนต์อนาคตของ BMW เลยทำให้ BMW X5 ถูกบรรจุไปนวัตกรรมแห่งอนาคตและเทคโนโลยีที่ล้ำยุคไปมากกว่าเดิม โดยทั้งสองรุ่นมีหน้าแสดงผลแบบ BMW Curved Display รองรับระบบปฏิบัติการโดยเฉพาะของทางค่าย BMW และระบบ iDrive แบบใหมล่าสุด รวมถึงยังมีการติดตั้งระบบ BMW Live Cockpit Professional, Connect Drive และปิดท้ายด้านการสั่งการด้วยในระบบที่ชื่อว่า BMW Gesture Control แถมด้วยระบบเบาะไฟฟ้า ที่จะมาช่วยควบคุมการทำงานของเบาะทั้งหมดภายในตัวรถอีกด้วย

BMW X5

การรักษาสภาพรถ BMW X5

แน่นอนว่ารถระดับ BMW X5 จะต้องมีการดูแลและบำรุงอยู่ในระดับที่ดีเยี่ยมด้วยกัน ซึ่งครั้งนี้จะพามาพบกับวิธีการดูและบำรุงรักษารถคันโปรดของทุกคนให้อยู่สภาพพร้อมใช้งานสูงสุด โดยจะมีวิธีการใดบ้างนั้นไปติดตามกันได้

1. เช็คอุปกรณ์ต่างๆ ภายในรถให้ดีๆ 

 2. เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องอยู่

 3. เช็ครอบของรถอยู่เสมอ 

4. ตรวจสอบระบบเบรก และ ยางรถ

5. ตรวจสอบระบบไฟฟ้าภายรถ

6. ตรวจเช็คแบตเตอรี่ให้เรียบร้อย 

7. ตรวจสอบระบบการเลี้ยวอยู่เสมอ 

ระบบความปลอดภัยสุดล้ำจาก BMW X5 

ขึ้นชื่อว่า BMW หลายๆ คนคงจะรู้เป็นอย่างดีว่า เป็นยานยนต์ที่มีระบบความปลอดภัยอยู่ในเกณฑ์ที่สูง เลยทำให้ BMW X5 ถูกมองว่าจะต้องมีระบบปลอดภัยอยู่ในขั้นเทพอย่างแน่นอน ซึ่งระบบความปลอดภัยที่ถูกบรรจุเข้ามาประกอบได้ด้วย

1. ถุงลมนิรภัยด้านหน้าและด้านข้างสำหรับคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า

2. ระบบควบคุมเสถียรภาพการขับขี่ (DSC) 

3. ระบบช่วยเพิ่มแรงเบรกอัตโนมัติ (BA)

4. ระบบควบคุมยึดเกาะถนน (DTC)

5. ระบบป้องกันล้อขณะเบรก (ABS) 

6. ระบบควบคุมในการกระจายแรงเบรกขณะเข้าโค้ง (CBC) 

7. ระบบป้องกันแรงกระแทกจากด้านข้าง 

ความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของ BMW X5 

เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นรถแห่งอนาคตทำให้ BMW X5 ถูกสร้างออกมาเพื่อให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุด ซึ่งทั้งสองรุ่นนั้นมีอัตราการสิ้นเปลืองของเชื้อเพลิงโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 29.4 กิโลเมตร/ลิตร (อ้างอิงผลมาจาก ECO Sticker) และมีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดอ็อกไซด์อยู่ที่ 79 กรัม ต่อ กิโลเมตร และนอกจากนี้ ยังมีระบบแจ้งเตือนในกรณีที่ตัวรถนั้นปล่อยก๊าซ CO2 มากจนเกินไป โดยจะเป็นไฟสีเขียวขึ้นบริเวณสัญลักษณ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจก 

วิเคราะห์ก่อนซื้อ ความคุ้มค่าในการขับขี่ BMW X5 

ราคาตอนเปิดตัวของ BMW X5 ทั้งสองรุ่นเมื่อช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมานั้นในรุ่น X5 xDrive 30d M Sport อยู่ที่ 5,099,000 บาท ส่วนรุ่นที่ รุ่น X5 xDrive 50e M Sport อยู่ที่ราคา 5,399,000 บาท จะเห็นได้ว่าราคาต่างกันที่ 300,000 บาท ซึ่งสิ่งแรกที่ควรมองคือราคา อย่างต่อมาคือลักษณะการใช้งานว่าใช้งานแบบไหน ขนของ หรือ ว่าขับขี่ทั่วไป และสิ่งต่อมาคือเม็ดเงินที่ผู้ขับขี่มีอยู่ แน่นอนว่าด้วยความทันสมัยและล้ำยุคก็เป็นธรรมดาที่ BMW X5 จะเป็นยานยนต์ที่แตะไปถึงหลักล้าน

ความต่างระหว่างทั้งสองรุ่น 

มาถึงข้อที่หลายๆ คนอยากจะทราบถึงว่า BMW X5 X5 xDrive 30d M Sport มีความแตกต่างกับ BMW X5 X5 xDrive 50e M Sport อย่างไร โดยทั้งสองรุ่นมีความต่างกันดังนี้ 

1. แรงม้า – รุ่น X5 xDrive 30d M Sport มีแรงม้าที่ 298 แรงม้า 670 นิวตันเมตร ส่วน X5 xDrive 50e M Sport อยู่ที่ 498 แรงม้า 700 นิวตันเมตร 

2. น้ำหนักตัวรถ – 30d M Sport มีน้ำหนัก 2,295 กิโลกรัม ส่วน 50e M Sport มีน้ำหนัก 2,495 กิโลกรัม 

3. ความจุหลังรถ – 30d M Sport จุได้ 1,870 ลิตร ส่วน 50e M Sport 1,720 ลิตร

4. อัตราเร่ง

5. ระบบการสั่นสะเทือน

6. อุปกรณ์ภายในและภายนอก 

บทส่งท้ายกับ BMW X5

มองโดยรวมแล้วถือว่า BMW X5 เป็นยานยนต์แนวครอบครัวที่เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย แม้ว่าราคาอาจจะสูงไปหน่อยสำหรับบางคน แต่เมื่อมองระบบการทำงาน, ความปลอดภัย และฟังก์ชั่นการใช้งานต่างที่มีมาให้ ก็ต้องบอกได้ว่าคุ้มแสนคุ้มอย่างแน่นอนกับเจ้ายานยนต์แห่งอนาคตคันนี้ สำหรับใครที่สนใจอยากจะเป็นเจ้าของก็มองหาได้แล้วที่โชว์รูมของ BMW รับรองว่าคุ้มค่าแน่นอน

Koenigsegg CC 850 สุดยอดไฮเปอร์คาร์แห่งปี 2022

10 อันดับ ยางรถยนต์ขอบ18 ยี่ห้อไหนดี นุ่มเงียบ ราคาถูก ปี 2023

สนับสนุนโดย : sa-game.bet

More